FAQ

คำว่า Heat Treatment ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยว่า การอบชุบ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนคุณสมบัติของโลหะ ไม่ได้หมายความถึงการชุบให้โลหะแข็งตัวเพื่อนำไปใช้งานอย่างเดียว แต่จะมีความหมายคลุมไปถึงกรรมวิธีทุกอย่างที่ใช้ความร้อนเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของโลหะ ดังนั้นการอบชุบจึงมีมากมายหลายวิธี
การอบชุบเหล็กด้วยความร้อน คือ กระบวนการให้ความร้อน และลดความร้อนแก่เหล็ก เพื่อเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงคุณสมบัติของเหล็กนั้นให้เหมาะสมกับสภาพที่จะนำไปใช้งาน เช่น ทำให้แข็งแรงเพิ่มขึ้น เหนียวขึ้น ต้านทานต่อการสึกหรอ แข็งขึ้น ต้านทานต่อแรงกระแทก เป็นต้น
บางครั้งการอบชุบเหล็กด้วยความร้อนจะทำให้เหล็กอ่อนลง เพื่อง่ายต่อการตกแต่ง เช่น การไส การกลึง ดังนั้นการอบชุบเหล็กด้วยความร้อนจึงเป็นกรรมวิธีที่มีความสำคัญ และใช้กันอย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรมโลหะ เนื่องจากเหล็กกล้าที่ใช้กันมากในอุตสาหกรรมโลหะ มักจะนำไปใช้ทำชิ้นส่วนของเครื่องจักร เครื่องยนต์ เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ
ในการชุบเหล็กสิ่งสำคัญหลัก คือ อุณหภูมิของแต่ละเตา ความแม่นยำของอุณหภูมิ ทำให้บริษัท จุฑาวรรณ เน้นย้ำความสำคัญของอุณหภูมิ และเวลาให้มีความแม่นยำ เพื่อประสิทธิผลของชิ้นงาน เพื่อให้ได้ตามมาตรฐานของการชุบแข็ง และการอบชุบโลหะ

ถาม – ตอบ สาระและความรู้เกี่ยวกับชุบแข็งโลหะ

1. จุดเด่นของ Heat Treatment คืออะไร?
คำตอบ

จุดเด่นของบริการ Heat Treatment คือ การเพิ่มคุณภาพของเหล็กแต่ละชนิด ได้งานที่มีคุณภาพสูง  และสามารถควบคุมค่าบิดงอ และการเสียรูปได้ ไม่เกิน 0.03 mm.

2. บริการชุบแข็งโลหะของJML มีกี่ประเภท?
คำตอบ

บริการชุบแข็งโลหะของ JML มีทั้งหมด 9 ประเภท และ 1บริการ ดังนี้

  • HARDENING
  • QUENCH & TEMPER
  • GAS SOFT NITRIDING
  • CARBURIZING
  • CARBONITRIDING
  • SUB-ZERO
  • STRESS RELIEVE
  • ANNEALING
  • NORMALIZING
  • บริการยิงทราย
3. บริการงานชุบแบบ Atmosphere (เตาชุบด้วยน้ำมัน) มีกระบวนการอย่างไร?
คำตอบ

บริการชุบแข็งด้วยเตาชุบแข็งระบบควบคุมบรรยากาศแบบปิด เหมาะสำหรับงานชุบแข็งหลากหลายกระบวนการเช่นคาร์บูไรซิ่ง (เติมคาร์บอนที่ผิว), คาร์โบไนตรายดิ้ง (เติมคาร์บอนและไนโตรเจน), การอบชุบแข็งทั่วไป(Hardening), การอบคืนตัว (Normalizing), การอบอ่อน(Annealing), การอบคลายเครียด  (Stress relieving)  เรามีเตาทันสมัย และใหญ่ที่สุด (ยาว 1200 มม.) จากประเทศอเมริกาและญี่ปุ่น ชึ่งเหมาะสำหรับการอบชุบชิ้นงานรูปแบบต่างๆซึ่งผลิตจากเหล็กกล้าคาร์บอน(carbon steel) เหล็กกล้าผสม (low alloy steel) และเหล็กหล่อ (cast iron) เช่นเหล็กเกรด SS400 , SPHC, SPCC, S10C, S15C, S20C , SCM415 , SCM21, SCR415, SCR420 และ SCM420

4. บริการงานชุบเหล็กแบบใดที่เปิดให้บริการทุกวัน?
คำตอบ

บริการชุบด้วยเตาสุญญากาศ (VACUUM)ชุบเหล็กแม่พิมพ์งานร้อน (Hot Die) สำหรับเหล็กเกรดSKD61 และบริการชุบเหล็กแม่พิมพ์งานเย็น (Cold Die) สำหรับเหล็กเกรดSKD11

5. ข้อดีของการอบชุบด้วยเตาสุญญากาศ Vacuum คืออะไร?
คำตอบ
  • ผิวสะอาด
  • เกิดการเปลี่ยนรูปน้อย (ควบคุมบิดงอไม่เกิน 0.03)
  • ความแข็งที่สม่ำเสมอ
  • ไม่เกิดอ๊อกซิเดชั่น
  • ไม่สูญเสียคาร์บอน
6. ข้อดีของการทำNitriding?
คำตอบ
  • ป้องกันการกัดกร่อน เสียดสีต่างๆได้ดีมากขึ้นและยืดอายุการใช้งาน
  • เพิ่มความแข็งที่ผิวเหล็กงานร้อน (SKD61) โดยไม่คดงอ ที่ความแข็ง 850 – 1,200 HV ความลึกที่ 0.03 – 0.3 mm.
7. ตัวอย่างของชิ้นงานที่นิยมมาทำNitridingมีอะไรบ้าง?
คำตอบ

สกรูงานฉีดพลาสติค, อลูมิเนีย, กระบอกสูบ, เข็มกระทุ้งพลาสติก, เพลาข้อเหวี่ยง, EXTRUSION DIE, DIE CASTING, HOT FORGING, PLUNGER SLEEVE, แม่พิมพ์ฉีดพลาสติก ฯลฯ สำหรับเหล็ก High speed เปิดบริการทุกวันพฤหัสบดี สัปดาห์ละ 1 ครั้ง
*ทางบริษัทจุฑาวรรณเมทัลแล็บ พร้อมเปิดให้บริการงานชุบ Nitridingสัปดาห์ละ 4 วัน

8. เตาสายพาน และเตากล่อง สามารถชุบแข็งชิ้นงานน้ำหนักสูงสุดเท่าไร?
คำตอบ

เตาสายพานชุบได้ 350 กก./ชั่วโมง เตากล่อง 450 กก./รอบการผลิต

9. เตาทุกประเภทใช้เวลาชุบแข็งกี่วัน?
คำตอบ

เตาทุกประเภทใช้เวลาชุบแข็งประมาณ 3-5 วัน ในการอบชุบ กรณีต้องการงานเร่งด่วนสามารถแจ้งได้ (กรุณาแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน เพื่อเตรียมการผลิต)

10. ความสามารถของเตาชุบและเตาอบ อุณหภูมิที่ใช้ได้สูงสุดเท่าไร?
คำตอบ

เตาชุบ ชุบได้อุณหภูมิสูงสุดที่ 950 °c และเตาอบ อบได้อุณหภูมิสูงสุดที่ 650 °c

11. กรณีต้องการชุบแข็ง ราคาชุบแข็งอยู่ที่ประมาณเท่าไร?
คำตอบ

ราคาชุบแข็งจะขึ้นอยู่กับขนาดและน้ำหนักของชิ้นงาน ทางเราจะขอข้อมูลชิ้นงานหรือ drawing จากลูกค้าและทำใบเสนอราคาส่งให้กับทางลูกค้า

สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ sales@rikajtw.co.th

12. การอบชุบเหล็กด้วยความร้อนคืออะไร?
คำตอบ

กระบวนการให้ความร้อนแก่เหล็กเพื่อเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของเหล็ก

13. ขั้นตอนในการอบชุบมีกี่ขั้นตอน อะไรบ้าง?
คำตอบ

1. การให้ความร้อน

2. เวลาในการเผาแช่

3. สารชุบ

4. การอบคืนตัว

14. วัตถุประสงค์ในการอบชุบชิ้นงานมีกี่วัตถุประสงค์ อะไรบ้าง?
คำตอบ

มี 5 วัตถุประสงค์

1. อบเพื่อลดความเครียสให้ชิ้นงาน (Stress Reliving)

2. อบให้อ่อน (Annealing)

3. ปรับโครงสร้างให้ดีขึ้น (Normalizing)

4. ชุบทั้งชิ้นงาน (Hardening)

5. อบชุบแข็งเฉพาะที่ผิว (Case Hardening)

เหล็กกล้าผสม คือ เหล็กกล้าที่มีธาตุอื่นๆ ผสมอยู่เช่น โครเมียม นิเกิล โมลิบดินัม วาเนเดียม และ โคบอลต์ สำหรับแมงกานีส และซิลิกอน ถ้ามีปริมาณสูงกว่าในเหล็กกล้าคาร์บอน จะจัดเป็นธาตุผสมเช่นเดียวกัน ดังเช่น ผสมแมงกานีสหรือ ซิลิกอนเกินกว่า 1% การผสมธาตุต่างๆลงไปในเหล็กกล้า ส่วนใหญ่มุ่งที่จะปรับปรุงความสามารถในการชุบแข็ง (Harden ability) คุณสมบัติต้านทานการกัดกร่อนทั้งที่อุณหภูมิปกติและอุณหภูมิสูง และในบางกรณีเพื่อปรับปรุง คุณสมบัติตัวนำไฟฟ้าและคุณสมบัติเกี่ยวกับแม่เหล็ก
เหล็กกล้าผสมแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ เหล็กกล้าผสมต่ำ ซึ่งจะมีธาตุผสมมากไม่เกิน 10% และเหล็กกล้าผสมสูงซึ่งจะผสมธาตุสูงเกิน 10%

ถาม – ตอบ สาระและความรู้เกี่ยวกับเหล็ก

1. เหล็กเกรดใดที่ใช้สำหรับทำแม่พิมพ์ตีขึ้นรูปร้อน (Forging Die)?
คำตอบ

แม่พิมพ์ประเภทนี้จะใช้เหล็กกล้าผสมเครื่องมืองานร้อนเกรด SKD 61 เป็นหลัก ซึ่งเป็นเกรดที่นิยมใช้มากที่สุดในประเทศไทย สำหรับบริษัทจุฑาวรรณมีจำหน่ายเกรดนี้ด้วยแต่เป็นเกรดที่ถูกพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิมในทุกด้านทั้งการทนต่อการสึกหรอ การคงคุณสมบัติที่ดีในอุณหภูมิสูง การต้านทานการกัดกร่อน สามารถชุบแข็งได้ความแข็งลึก ซึ่งเราเรียกเกรดนี้ว่า KDA1S นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มความแข็งผิว เพื่อให้มีความทนทานต่อการสึกหรอสูงขึ้น ด้วยการชุบผิวแข็งด้วยวิธีเสริมไนโตรเจนที่ผิวได้ดี  (NITRIDING)

2. ประเภทของแม่พิมพ์พลาสติกที่ทางจุฑาวรรณ ให้บริการมีกี่ประเภท?
คำตอบ
  • แม่พิมพ์ฉีด (INJECTION MOLDING)
  • แม่พิมพ์อัดและอัดฉีด ( COMPRESSION AND TRANSFER MOULDING)
  • แม่พิมพ์รีด   (EXTRUSION)
  • แม่พิมพ์เป่า (BLOW MOULDING)
  • แม่พิมพ์งานเทอร์โมฟอร์มมิ่ง (THERMO FORMING)
3. แม่พิมพ์ฉีดมีกรรมวิธีการผลิตอย่างไร?
คำตอบ

เป็นกรรมวิธีการผลิต ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน เพราะสามารถผลิตชิ้นงานที่มีรูปร่างซับซ้อนได้ดีและมีหลายลักษณะงาน เช่น ชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า และ อิเลคทรอนิคส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ในครัวเรือน บรรจุภัณฑ์ ของเล่นเด็กและเครื่องสำอาง  การผลิตชิ้นงานนั้นจะใช้เม็ดพลาสติกป้อนเข้าสู่แม่พิมพ์เครื่องอัด เครื่องฉีดจะทำหน้าที่หลอมละลายเม็ดพลาสติก และฉีดพลาสติกเหลวเข้าสู่แม่พิมพ์คงความดัน และอัดพลาสติกเหลวเข้าเต็มแม่พิมพ์และชิ้นงานนั้นจะถูกหล่อเย็นด้วยขณะฉีดเพื่อให้ได้ชิ้นงานรูปร่างตามแม่พิมพ์แล้ว  จึงเปิดแม่พิมพ์เพื่อทำการปลดชิ้นงานออกจากแม่พิมพ์

4. แม่พิมพ์เป่าใช้ในการผลิตอะไร? และมีกรรมวิธีการเป่าอย่างไร?
คำตอบ

เป็นแม่พิมพ์ที่ใช้ในการผลิตภาชนะกลวงโดยการทำให้พลาสติกเป็นสายท่อหรือหลอดแก้ว(Parison) แล้วใช้ลมเป่าให้เกิดรูปร่างตามแม่พิมพ์ แล้วจึงทำการปลดชิ้นงาน ซึ่งวิธีการเป่าแม่พิมพ์มีอยู่ 3 วิธี คือ การเป่าแบบ Extrusion (Extrusion Blow Moulding) การเป่าฉีด (Injection Blow Moulding) การเป่าแล้วยึด (Stretch Blow Moulding) ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเป่า เช่น ภาชณะกลวง ขวด ถัง แกลลอน แม่พิมพ์เป่าเป็นแม่พิมพ์พลาสติกที่มีอัตราการเติบโตเร็วมาก มีความต้องการสูง ประหยัดค่าใช้จ่ายในการผลิต

5. แม่พิมพ์เทอร์โมฟอร์มมิ่งมีกรรมวิธีการผลิตเป็นอย่างไร?
คำตอบ

ใช้ในการผลิตงานพลาสติกด้วยวิธีนำพลาสติกแผ่นบางมาอบให้ความร้อน จากนั้นจะใช้สูญญากาศดูดแผ่นพลาสติกให้ยุบลงมาจนมีรูปร่างตามแม่พิมพ์ผลิตภัณฑ์ในงานเทอร์โมฟอร์มมิ่ง เช่น กล่องบรรจุไข่ ถ้วยไอครีม ถ้วยโยเกิร์ต

6. แม่พิมพ์งานรีด (Extrusion) ใช้ผลิตชิ้นงานอะไร? และมีกรรมวิธีการผลิตอย่างไร?
คำตอบ

แม่พิมพ์งานรีดใช้เพื่อผลิตชิ้นงานรูปพรรณต่างๆ ทั้งกลวงและตันยาวต่อเนื่องไม่รู้จบ เช่น ท่อสายยาง กรอบประตู หน้าต่าง เป็นต้น โดยเครื่อง Extrusion จะอัดและหลอมละลายพลาสติกจากนั้นจะถูกฉีดไปยังเครื่องมือสร้างรูปทรง (หัวฉีด) ต่างๆแล้วแต่ลักษณะงานในงาน Extrusion นั้นจะต้องนำเครื่องมืออื่นๆเข้ามาประกอบด้วย เช่น เครื่องปรับขนาด เครื่องดึง เครื่องม้วน เครื่องตัด

7. เหล็กแม่พิมพ์พลาสติกที่ดีควรมีคุณสมบัติอย่างไร?
คำตอบ
  • สามารถกลึง ไส ได้ง่าย
  • สามารถนำไปชุบแข็ง ชุบไนไตรดิ้ง ฮาร์ดโครมได้
  • สามารถเชื่อมติดได้ง่าย
  • สามารถขัดเงาให้เป็นกระจกได้
  • ทนแรงอัดและการเสียดสีได้ดี
8. คุณสมบัติของเหล็กเกรด S50C คืออะไร?
คำตอบ

เป็นเหล็กกล้าคาร์บอนปานกลาง ทนการเสียดสีสูง ชุบแข็งง่าย มีความแข็งสูง เป็นเหล็กทำแม่พิมพ์ทั่วไป เหมาะสำหรับผลิตเป็นแม่พิมพ์พลาสติก

9. คุณสมบัติเด่นของเหล็ก P20 คือ อะไร?
คำตอบ
  • สามารถนำไป กลึงไส และขัดเงาได้ดี
  • สามารถนำไปชุบแข็งแบบไนไตรดิ้ง และฮาร์ดโครมเพื่อเพิ่มคุณสมบัติให้ผิวได้ดียิ่งขึ้น
  • เหล็กทำแม่พิมพ์พลาสติกที่ต้องการจำนวนสูง ทนทาน สามารถเชื่อมติดได้ไม่เปราะ ทนแรงอัดและทนแรงเสียดสีสูงจำหน่ายสภาพ ค่าความแข็ง 28-32 HRC
10. คุณสมบัติของเหล็กเกรด KPM 30 คืออะไร?
คำตอบ
  • เหมาะสำหรับแม่พิมพ์เรซิ่น หรือแม่พิมพ์พลาสติกที่มีขนาดใหญ่
  • มีความแข็งประมาณ 27-33HRC
  • สามารถนำไปใช้งานได้ทันที สามารถ กลึง ไส ได้ดีและรวดเร็ว
  • ใช้สำหรับทำแม่พิมพ์ล้อแม็กรถยนต์ สภาพจำหน่าย ค่าความแข็ง 27-33 HRC

“สแตนเลส” หรือชื่ออย่างเป็นทางการ คือ “เหล็กกล้าไร้สนิม” เป็นศัพท์ทั่วไปที่ใช้เรียกเหล็กในกลุ่มที่มีความต้าน ทานการกัดกร่อนสูง สแตนเลสเป็นโลหะผสมระหว่างเหล็กและคาร์บอน ซึ่งส่วนประกอบจะมีปริมาณคาร์บอนต่ำ มีโครเมียมเป็นส่วนผสมหลัก ประมาณ 10.5 % หรือมากกว่า ทั้งนี้ สแตนเลสสามารถปรับปรุงคุณสมบัติในการต้านทานการกัดกร่อนและสมบัติอื่นๆที่ต้องการ ให้สูงขึ้นได้ โดยการเพิ่มส่วนผสมของโครเมียมและเพิ่มธาตุอื่นๆ เช่น โมลิบดิบนัม นิกเกิลและไนโตรเจนเข้าไป สเตนเลส มีอยู่มากกว่า 60 ชนิด
และด้วยคุณสมบัติที่ไม่เหมือนใคร เช่น ยากต่อการขึ้นสนิมเมื่อเทียบกับโลหะหรือวัสดุชนิดอื่นๆ ค่าบำรุงรักษาต่ำ ง่ายต่อการเชื่อมและการขึ้นรูป ระยะเวลาการใช้งานคุ้มค่ากับราคา และสามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ทั้งหมด จึงทำให้สแตนเลส เป็นโลหะที่ทรงคุณค่า คุณสมบัติและประโยชน์ใช้สอยที่ไร้ขีด จำกัด

ที่มา : TSSDA

ถาม – ตอบ สาระและความรู้เกี่ยวกับสแตนเลส

1. สแตนเลส มีคุณสมบัติเป็นอย่างไร?
คำตอบ

คุณสมบัติโดยทั่วไปของสแตนเลส มีดังนี้

  • ยากต่อการขึ้นสนิมเมื่อเทียบกับโลหะหรือวัสดุชนิดอื่นๆ
  • ค่าบำรุงรักษาต่ำ
  • ง่ายต่อการเชื่อมและการขึ้นรูป
  • ระยะเวลาการใช้งานคุ้มค่ากับราคา
  • สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ทั้งหมด จึงทำให้สเตนเลสเป็นโลหะที่ทรงคุณค่าคุณสมบัติและประโยชน์ใช้สอยที่ไร้ขีดจำกัด
2. บริษัทจุฑาวรรณ จัดจำหน่ายสแตนเลส กี่ประเภท อะไรบ้าง?
คำตอบ

จัดจำหน่ายสแตนเลส 2 ประเภท คือ สแตนเลสแผ่น/ม้วน และสแตนเลสชนิดยาว

3. สแตนเลสแผ่น/ม้วน ที่ทางจุฑาวรรณจำหน่ายมีกี่ชนิด?
คำตอบ

มี 4 ชนิด คือ สแตนเลสออสเทนนิติค, สแตนเลสเฟอร์ริติค, สแตนเลสมาร์เทนซิติค และสแตนเลสดูเพล็กซ์  นอกจากนี้ยังจำหน่ายสแตนเลสชนิดอื่นๆ ตามที่ท่านต้องการ

4. สแตนเลสออสเทนนิติค มีคุณสมบัติ และประเภทการใช้งานเป็นอย่างไร?
คำตอบ

สเตนเลสออสเทนนิติค เป็นชนิดที่ได้รับความนิยมใช้มากที่สุด มีคุณสมบัติที่แม่เหล็กดูดไม่ติด ประกอบด้วยโครเมียมประมาณ 18% มีส่วนผสมของนิกเกิลเพื่อเพิ่มความต้านทานการกัดกร่อน และทำให้เชื่อมหรือขึ้นรูปได้ง่าย สำหรับสเตนเลสกลุ่มออสเทนนิติคที่ทาง จุฑาวรรณ จัดจำหน่าย แบ่งเป็นประเภทการใช้งาน ได้แก่ สเตนเลสเพื่องานตกแต่ง ได้แก่ เกรด 301 CSP, 304 No.1, 304 No.4, 304 No.8, 304 2B, 304 BA, 304 HL, 304 VIB3S, 316L No.1, 316L 2B, 316L HL, 316L No.4, 316L No.8, 316L VIB3S  และสเตนเลสทนความร้อนสูง ได้แก่ เกรด 310S, 253MA, 304Cu

5. สแตนเลสเฟอร์ริติค มีคุณสมบัติ และประเภทการใช้งานเป็นอย่างไร?
คำตอบ

สเตนเลสเฟอร์ริติค มีคุณสมบัติที่แม่เหล็กดูดติด ประกอบด้วยคาร์บอนในปริมาณต่ำ และมีโครเมียมเป็นโลหะผสมหลักประมาณ 10.5-30% มีความแข็งแกร่งสูงกว่าออสเตนิติก จึงมักถูกนำมาใช้กับงานที่ต้องเสี่ยงต่อการแตกร้าวเนื่องจากแรงเค้นและการกัดกร่อน (Stress-Corrosion Cracking) ยิ่งกว่านั้นเฟอร์ริติกบางชนิดยังมีส่วนผสมของไททาเนียม หรือไนโอเบียม จัดเป็น “กลุ่มเสถียร” ที่มีความสามารถในการเชื่อมได้ดีและต้านทานการกัดกร่อนดียิ่งขึ้น สเตนเลสกลุ่มเฟอร์ริติกที่ทางจุฑาวรรณ จัดจำหน่าย แบ่งเป็นประเภทการใช้งาน ได้แก่ สเตนเลสเพื่องานตกแต่ง ได้แก่ เกรด 409, 409L, 430 2B, 430 BA, 430 No.4, 430 No.8, 430 HL, 430 VIB3S และสเตนเลสทนการสึกกร่อน ได่แก่ เกรด 439, 441, 443 CT (JFE), 443 NSSC180

6. สแตนเลสมาร์เทนซิติคมีคุณสมบัติ และประเภทการใช้งานเป็นอย่างไร?
คำตอบ

สเตนเลสมาร์เทนซิติค เป็นตระกูลที่มีความต้านทานการกัดกร่อนน้อยกว่าออสเทนนิติค และเฟอร์ริติค แต่มีความทนทานและแข็งแรงมากกว่า มีคุณสมบัติดูดแม่เหล็ก โดยทั่วไปจะมีส่วนผสมของโครเมียม 12-14 เปอร์เซนต์ โมลิบดินัม 0.2-1 เปอร์เซนต์  มีนิกเกิ้ล 0-2 เปอร์เซนต์และมีคาร์บอนผสม อยู่ประมาณ 0.1-1 เปอร์เซนต์ ซึ่งสามารถชุบแข็งได้โดยการให้ความร้อนแล้วทำให้เย็นตัวอย่างรวดเร็วและอบ คืนตัว โดยทั่วไปจะรู้จักกันใน “ซีรี่ส -00″ สเตนเลสกลุ่มมาร์เทนซิติค ที่ทางจุฑาวรรณ จัดจำหน่ายได้แก่ เกรด410, 420 J2 และ440 C

7. สแตนเลสชนิดยาวที่ทางจุฑาวรรณ จัดจำหน่ายมีอะไรบ้าง?
คำตอบ
  • แป๊ปกลมเฟอร์นิเจอร์ (Ornamental Pipe)
  • แป๊ปเหลี่ยมเฟอร์นิเจอร์ (Square Pipe)
  • แป๊ปกล่องไม้ขีด (Regtangular Pipe)
  • สแตนเลสเส้นแบน (Flat bar)
  • ฉากสแตนเลส (Angle Bar)
  • ท่ออุตสาหกรรม (Industrial Pipe)
  • เพลาสแตนเลสกลม (Round Bar)
  • เพลาสแตนเลสหกเหลี่ยม (Hexagonal Bar)
  • เพลาสแตนเลสสี่เหลี่ยม (Square Bar)
8. สแตนเลสเกรด 304 ที่ทางจุฑาวรรณจัดจำหน่ายมีพื้นผิวแบบใดบ้าง?
คำตอบ

มีพื้นผิว ดังนี้

  • สแตนเลส 304 2B
  • สแตนเลส 304 BA
  • สแตนเลส 304 No.4 (ลายขนแมว)
  • สแตนเลส 304 Hair Line
  • สแตนเลส 304 No.8 (mirror)
  • สแตนเลส 304 VIB3S
9. สแตนเลสเกรด 304 2B มีคุณลักษณะ และการใช้งานเป็นอย่างไร?
คำตอบ
  • คุณลักษณะของสแตนเลสเกรด 304 2B คือ สามารทนต่อการกัดกร่อนได้ดีมาก ขึ้นรูปได้ดีมาก เชื่อมได้ดีมาก และง่ายต่อการทำความสะอาด
  • การนำไปใช้งาน เช่น เครื่องใช้ในบ้าน ถังน้ำ งานก่อสร้าง งานขนส่ง
10. การทำความสะอาดสแตนเลส มีข้อควรทำ และไม่ควรทำอย่างไร?
คำตอบ
  • ควรทำ
  1. ทำความสะอาดสแตนเลสอย่างสม่ำเสมอ และเมื่อสังเกตเห็นคราบหรือฝุ่นละอองต้องรีบทำความสะอาด
  2. การทำความสะอาดสแตนเลสควรเริ่มจากผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนที่สุด โดยเริ่มใช้ในบริเวณเล็กๆ ก่อน เพื่อดูว่าเกิดผลกระทบอะไรกับผิวสแตนเลสหรือไม่
  3. ใช้น้ำอุ่นล้างคราบมันออก
  4. หมั่นล้างสแตนเลสด้วยน้ำสะอาดเป็นขั้นตอนสุดท้าย เช็ดให้แห้งด้วยผ้านุ่มหรือกระดาษชำระ
  5. หลังจากใช้เครื่องครัวที่ทำด้วยสแตนเลสควรล้างให้สะอาดทุกครั้ง
  6. หลีกเลี่ยงคราบ/สนิมเหล็กที่อาจติดมากับอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ทำมาจากเหล็ก หรือใช้ทำความสะอาดชิ้นส่วนเหล็กกล้าคาร์บอน
  • ไม่ควรทำ
  1. ไม่ควรเคลือบผิวสแตนเลสด้วยแวกซ์หรือวัสดุที่ผสมน้ำมัน เพราะจำทำให้คราบสกปรกหรือฝุ่นละอองติดบนพื้นผิวได้นานขึ้น และล้างทำความสะอาดออกได้ยาก
  2. ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีส่วนประกอบของคลอไรด์และฮาไลด์ (เช่น โบรไมน์ ไอโอดีน และพลูออรีน)
  3. ไม่ควรใช้กรดเกลือ ในการทำความสะอาด เพราะอาจก่อให้เกิดการกัดกร่อนแบบรูเข็ม และการแต่งเนื่องจากความเครียด (Stress Corrosion Cracking)
  4. ไม่ควรใช้สบู่ หรือผงซักฟอกมากเกินไป เพราะจำทำให้ผิวสแตนเลสมัวและหมองลง
  5. ไม่ควรทำความสะอาด และทำพาสซิเวชันในขั้นตอนเดียว ควรทำตามขั้นตอน คือ ล้างก่อนแล้วค่อยทำพาสซิเวชัน