ประตูม้วนสแตนเลส…กับการลงทุนที่คุ้มค่า

ประตูม้วนสแตนเลส…กับการลงทุนที่คุ้มค่า

By datamonkey
March 30, 2018 9:53 am

เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่า “คงไม่มีใครเลย…ที่ไม่เคยซื้อของในห้าง สรรพสินค้า หรือ อาคารพานิชย์ (ตึกแถว)” โดยที่สถานที่ดังกล่าวมักออกแบบให้ หน้าร้านเปิดกว้าง ปราศจากสิ่งกีดขวางใดๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินเข้า-ออก ทั้งชั้นวางสินค้า ป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์ หรือแม้แต่ทางเดินเข้า-ออก อันส่งผล ให้มีความสะดวกในการขนย้ายสินค้าทั้งผู้ซื้อ-ผู้ขาย เมื่อพิจารณาถึงการออกแบบหน้าร้านค้าให้สอดคล้องกับการใช้งานนั้น มักนิยมเลือกใช้ประตูม้วน (Rolling Shutter Door หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า Shutter Door) เนื่องจากจุดเด่นในการเปิด – ปิดได้อย่างสะดวก (มีการ นำมอเตอร์ไฟฟ้ามาใช้ร่วมด้วย) การจัดเก็บที่ง่ายดาย ประหยัดพื้นที่ (ไม่มีขอบ ประตู และเสาสามารถถอดเก็บได้) ไม่หลงเหลือสิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการใช้งานใดๆ ทั้งสิ้น และคงความแข็งแรงจึงทำให้ยากต่อการทำลาย หรือ โจรกรรม เห็นได้จาก การเปรียบเทียบกับประตูกระจก หรือไม่ซึ่งสามารถทำลายได้ง่ายกว่าประตูม้วน ทนต่อการทุบตี (ฆ้อน, ก้อนหิน, ไม้ เป็นต้น) และทนทานต่อการติดไฟจาก เพลิงไหม้ ยังคงความปลอดภัยต่อมนุยษ์ และทรัพย์ เช่นกัน จึงทำให้ ปัจจุบันนิยม ใช้งานประตูม้วนที่ผลิตด้วยแผ่นโลหะ ประตูม้วนสเตนเลส…กับการลงทุนที่คุ้มค่า

เมื่อพิจารณาถึงการใช้งานระหว่างประตูม้วนเหล็กกล้ากับ สเตนเลสจะเห็นได้ชัดเจนว่าประตูม้วนที่ทำจากแผ่นเหล็กกล้าเคลือบสี อาจมีการ หลุนร่อนของสารเคลือบสี ซึ่งส่งผลให้เกิดการกัดกร่อนเป็นคราบสนิม (สีน้ำตาลแดง) เมื่ออสัมผัสก็จะเกิดการหลุดร่อนและเปรอะเปื้อนคราบสนิมดังกล่าว ได้ และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ลดความสวยงามลงด้วย จึงต้องซ่อมบำรุงให้ไม่เกิด การหลุดร่อนของสารเคลือบสี ในลักษณะเดียวกัน ถ้าใช้งานประตูม้วนที่ผลิตด้วย แผ่นสเตนเลส ก็พบว่าใช้งานได้อย่างไร้กังวลต่อการเกิดคราบสนิม และไม่ต้องเสีย งบประมาณในการซ่อมบำรุง เนื่องจากสเตนเลสเป็นวัสดุที่ทนทานต่อการต่านทาน กัดกร่อนได้ดี ทำให้ไม่ต้องเสียค่าบำรุงรักษาเช่นเดียวกับประตูม้วนเหล็กกล้า เคลือบสี (บางครั้งลงทุนใช้ประตูม้วนเหล็กกล้าเคลือบสีต้องรวมค่าบำรุงรักษา ตลอดอายุการใช้งานเข้ารวมกันแล้ว อาจมีราคาสูงกว่าลงทุนใช้ประตูม้วนสเตนเลส เพียงครั้งเดียวก็ได้) หรือการเลือกใช้ประตูม้วนสเตนเลสเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

เนื่องจากสเตนเลสเป็นวัสดุมีอายุเฉลี่ยในการใช้งาน (Life Cycle)* สูง ซึ่งข้อมูลใน เอกสาร “STAINLESS STEEL and CO2” (จาก Yale University / ISSF Stainless Steel Project, 2009) ที่ว่าสเตนเลสมีค่าเฉลี่ยอายุใช้งานประมาณ 22 ปี (เฉลี่ย สูงสุดในงานก่อสร้างถึง 50 ปี และต่ำสุดในอุตสาหกรรมเครื่องครัว – อาหาร ประมาณ 15 ปี) ด้วยเหตุนี้ เราอาจประเมินประตูม้วนสเตนเลสเบื้องต้นว่าน่ามี อายุการใช้งานเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 22 ปี แต่ในความเป็นจริงน่าสูงถึง 50 ปี ก็เป็นได้ เมื่อพิจารณาให้ประตูม้วนสเตนเลสอยู่ในกลุ่มงานก่อสร้าง และอย่างที่ทราบกันทั่วไปว่า “สเตนเลสเกรด 304” เป็นวัสดุยอดนิยม ไม่ว่าจะใช้เป็นภาชนะเครื่องครัว ถังน้ำ อ่างล้างจาน หรือ งานตกแต่ง ซึ่งรวมไปถึง ประตูม้วนเช่นกัน ด้วยคุณสมบัติในการทนทานสนิม ง่ายต่อการแปรรูป และมี ความแข็งแรงสูง จึงทำให้ประตูม้วนสเตนเลส (มาตรฐานทั่วไป) ใช้เกรด 304 เพียงแต่ในการสื่อสารมักเรียกเฉพาะวัสดุสเตนเลสเท่านั้น ไม่ได้ระบุเกรดชัดเจน โดยประเด็นที่กล่าวถึงความแข็งแรงทนทาน ยากต่อการทำลาย – งัดแงะของประตูม้วนสเตนเลส 304 นั้น สามารถยืนยันได้จาก “ความแข็งแรง สูงสุด (Ultimate Tensile Strength) และความแข็ง Hardness)” ของสเตนเลส เกรด 304 สูงกว่าเหล็กกล้าคาร์บอนและอะลูมินัม (ตามลำดับ) ดังแสดงในตาราง ที่ 1 จึงทำให้ประตูม้วนสเตนเลส 304 ยากต่อการทำลาย อันเป็นผลให้มีความ ปลอดภัยสูงกว่าประตูม้วนเหล็กกล้าเคลือบสี อีกนัยหนึ่งที่สำคัญ คือ สเตนเลส เกรด 304 เป็นวัสดุที่มีอัตราส่วนระหว่างความแข็งแรงสูงสุดต่อถ่วงจำเพาะ (ความ หนาแน่น) หรือ “ความแข็งแรงจำเพาะ (Specific Strength)” สูงกว่าเหล็กกล้า คาร์บอนชัดเจน ดังนั้นการเลือกใช้ประตูม้วนสเตนเลส 304 จึงสามารถลดความหนา (ลดน้ำหนัก) ลงได้จากเดิมสูงถึงร้อยละ 20 จากความหนาของเหล็กกล้าคาร์บอน โดยยังคงไว้ซึ่งความแข็งแรงเทียบเท่ากันกับความหนาเหล็กกล้าคาร์บอน หรือ ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่า ปรกติใช้เหล็กกล้าคาร์บอนความหนา 1.0 มม ก็สามารถ เปลี่ยนมาใช้สเตนเลส 304 ความหนา 0.8 มม ได้นั่นเอง

ตามที่กล่าวข้างต้นโดยสังเขปเกี่ยวกับประตูม้วนสเตนเลส พบว่า ส่วนใหญ่จะผลิตด้วยสเตนเลสเกรด 304 ซึ่งถือว่าเป็นเกรดที่มีความสามารถต้านทาน การกัดกร่อนในสภาพทั่วไปได้ดี (ยกเว้นในการใช้งานตามชายฝั่งทะเล) แต่ด้วย ปัญหาเรื่องราคาต้นทุนของสเตนเลสเกรด 304 ที่มีส่วนผสมของนิกเกิลอยู่ด้วยจึง ทำให้ ผู้ผลิตบางรายต้องการลดต้นทุนส่วนนี้ โดยหันไปเลือกใช้สเตนเลสกลุ่ม ออสเทนนิติก (แม่เหล็กดูดไม่ติด) เช่นเดียวกับเกรด 304 แต่เป็นเกรดที่มีปริมาณ นิกเกิลต่ำ แล้วเพิ่มปริมาณแมงกานีสทดแทน เช่น อนุกรม 2XX ซึ่งถือว่าเป็นเกรด ที่มีความสามารถในการต้านทานสนิมต่ำกว่าเกรด 304 อย่างชัดเจน ดังนั้นผู้บริโภค ที่ต้องการใช้ประตูม้วนสเตนเลสจึงต้องระบุเฉพาะเกรด 304 เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีการพัฒนาให้สเตนเลสกลุ่มเฟอร์ริติก (แม่เหล็ก ดูดติด) มีความสามารถในการทนทานการกัดกร่อนได้เทียบเท่าเกรด 304 เช่นกัน คือ เกรด TNC18 (ไม่มีนิกเกิลเป็นส่วนประกอบ) ที่มีปริมาณสูงกว่า 18 % (โดย น้ำหนัก) ซึ่งมีค่าเทียบเคียงกับปริมาณโครเมียมในเกรด 304 ที่เป็นธาตุสำคัญต่อ ความสามารถในการต้านทานการกัดกร่อนของสเตนเลส พร้อมกับได้พัฒนาให้มี ความสามารถในการเชื่อมและขึ้นรูป ด้วยการเติมไทเทเนียม และไนโอเบียมเพิ่มเติม จากจุดเด่นนี้เองทำให้สเตนเลสเกรด TNC18 น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับ ผู้ผลิตที่ต้องการลดต้นทุน รวมทั้งไม่เสี่ยงต่อราคาที่ผันผวนของนิกเกิลเช่นอดีต สำหรับกรณีที่ต้องการใช้สเตนเลสเกรด TNC18 ก็ควรใช้ความหนาเดียวกันกับ เหล็กกล้าคาร์บอนได้ (ตารางที่ 1) เพราะสเตนเลสกลุ่มเฟอร์ริติกมีคุณสมบัติทางกล ใกล้เคียงกับเหล็กกล้าคาร์บอน เพียงแต่ไม่เกิดการกัดกร่อนจนเกิดเป็นสนิมเช่นเดียว กับเหล็กกล้าคาร์บอน ด้วยเหตุนี้ ผู้บริโภคอาจต้องตระหนักถึงการเลือกซื้อประตูม้วนสเตนเลส ให้แน่ชัดว่าเป็นเกรดใด (ถ้าเป็นไปได้ระบุเกรดให้ชัดเจนก็ได้เพื่อป้องกันปัญหาที่จะ เกิดขึ้นในอนาคต) โดยสอบถามจากผู้ผลิตที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อความคุมค่าใน การลงทุน พร้อมกับความประทับใจกับการเลือกใช้ประตูม้วนสเตนเลสได้อย่างมี ประสิทธิภาพสูงสุด

ตารางที่ 1 การเปรียบเทียบความหนาแน่นและคุณสมบัติทางกลระหว่างสเตนเลส เหล็กกล้าคาร์บอน และอะลูมินัม

เปรียบเทียบความหนาแน่นของสแตนเลส

หมายเหตุ : อ้างอิงจาก “วัสดุศาสตร์และวิศวกรรมวัสดุพื้นฐาน” / * ค่าปรกติสเตนเลส 304 และ TNC18 / ** ค่าปรกติเหล็กกล้าคาร์บอนรีดเย็นทั่วไป

ที่มา : สมาคมพัฒนาสเตนเลสไทย (TSSDA)

กลับหน้าหลัก